Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
หลวงพ่อปัญญาตัวตายแต่ชื่อยัง
Date10/10/2010   Counter : 10972 time

 แม้ว่าหลวงพ่อปัญญา จะละสังขารไปแล้วก็ไม่มีใครลืม ส่วนปณิธานของท่านก่อนละสังขาร คณะศิษย์ได้สร้างสรรค์และเติมเต็มจนสมบูรณ์เกือบ 100%.....

โดย...สมหมาย สุภาษิต หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร

ชาวพุทธหรือผู้ที่สนใจจำนวนมากยังประทับใจและซาบซึ้งกับการอธิบายพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยภาษาง่ายๆ ของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้ดี แม้ว่าพระคุณท่านจะละสังขารไปแล้วก็ไม่มีใครลืม ส่วนปณิธานของท่านก่อนละสังขาร คณะศิษย์ได้สร้างสรรค์และเติมเต็มจนสมบูรณ์เกือบ 100% ทั้งนี้เพราะเคารพรักและศรัทธายิ่งนั่นเอง

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ขอย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2550 ชาวพุทธไทยทั้งประเทศต้องเกิดธรรมสังเวชเมื่อได้รับทราบข่าวการละสังขารด้วยอาการสงบของพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อายุ 97 ปี พระนักเทศน์ พระนักพัฒนา เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

แม้หลวงพ่อจะเคยตั้งอธิษฐาน...อุโบสถไม่เสร็จไม่ตาย แต่ก็ไม่สามารถฝืนกฎธรรมชาติได้ การอธิษฐานหรือปณิธานดังกล่าวถือเป็น “มรดกธรรม” เพื่อสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ มิใช่เพียงอุโบสถกลางน้ำเท่านั้น หลวงพ่อได้ตั้งปณิธานไว้ 4 ประการ ประกอบด้วย

1.การสร้างพระอุโบสถกลางน้ำและวัดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2.ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว 3.โครงการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่บ้านเกิด ใน อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และ 4.โครงการฝึกอบรมพระธรรมทายาท

วันที่ 10 ต.ค. 2553 ครบ 3 ปีแห่งการจากไปของพระมหาเถระผู้มีคุณูปการต่อวงการพระพุทธศาสนา ณ วันนี้ สิ่งที่หลวงพ่อได้ตั้งปณิธานไว้มีความคืบหน้าไปอย่างไร

มรดกธรรมที่หลวงพ่อตั้งปณิธานไว้ ชาวไทยทั่วหล้ายังคงติดตามความคืบหน้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ปัจจุบันรับหน้าที่สืบสานปณิธานจึงทำให้สำเร็จลุล่วง นับแต่หลวงพ่อละสังขารไป

พระธรรมวิมลโมลี ซึ่งเป็นเจ้าคณะภาค 17 กล่าวว่า 3 ปีแห่งการจากไปของหลวงพ่อ สิ่งที่ท่านเริ่มก่อตั้งไว้ ปัจจุบันได้ดำเนินการจนใกล้แล้วเสร็จตามความเป็นจริง โดยเฉพาะอุโบสถกลางน้ำที่หลวงพ่อสร้างให้แก่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อให้เป็นศูนย์กลางประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเป็นที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ทดแทนสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่ถูกทำลายไปในครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเหลือเพียงซากปรักหักพังนั้น หลวงพ่อกล่าวอยู่เสมอว่า คนโบราณยังสามารถสร้างวัดวาอารามใหญ่โตไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานได้ แล้วเหตุใดในสมัยเราจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ไว้ในแผ่นดินไม่ได้

พระธรรมวิมลโมลี

หลังจากที่ท่านได้สร้างอาคารหอพักอาคันตุกะให้แก่มหาวิทยาลัย มจร แล้ว ท่านได้ช่วยมหาวิทยาลัยระดมทุนจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เพียง 84 ไร่เศษ เมื่อได้ที่ดินเพิ่มแล้วมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการขุดดินจากจุดที่สร้างอุโบสถขณะนี้ ไปถมพื้นที่ให้สูงขึ้น ทำให้มีสระน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้น เมื่อหลวงพ่อเห็นก็กล่าวขึ้นทันทีว่า ที่ตรงนี้แหละจะสร้างโบสถ์กลางน้ำให้พระเณรที่เรียนที่ มจร ได้ใช้เป็นสถานที่ทำสังฆกรรมและเพื่อประโยชน์แก่ชาวพุทธทั่วโลก

งานชิ้นนี้แสนจะยิ่งใหญ่อลังการ ถือว่าเป็นงานใหญ่ชิ้นสุดท้ายในบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อปัญญา โดยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2548 ณ วันนี้ อุโบสถกลางน้ำมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่า 90% ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 150 ล้านบาท และพร้อมที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อมอบให้เป็นสมบัติของมหาวิทยาลัยต่อไป

“อยากให้ชาวพุทธทั่วประเทศได้เดินทางไปดูความคืบหน้าการสร้างอุโบสถกลางน้ำว่าปัจจุบันนี้มีความสวยงามสมกับความตั้งใจของ หลวงพ่อหรือไม่ งบประมาณที่ใช้ในการสร้างตอนนี้ก็ใกล้หมดแล้วยังเหลือรายละเอียดบางส่วนที่ต้องปรับเพิ่มเติมในบริเวณรอบอุโบสถ ยังมีจิตรกรรมที่สวยงาม พร้อมกันนี้ก็ได้อัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานในอุโบสถ และพระประจำวันเกิดไปประดิษฐานรอบศาลารายพร้อมรูปเหมือนของหลวงพ่อขนาดเท่าจริงไว้ให้พุทธศาสนิกชนสักการบูชา

พระธรรมวิมลโมลี บอกความตั้งใจไว้ว่า ปี 2554 หลวงพ่อจะมีอายุครบ 100 ปี จะมีการฉลองในวันดังกล่าว และจะจัดพิธีมอบอุโบสถให้กับ มจร ในช่วงการจัดงานวิสาขบูชาโลก ตามปณิธานของหลวงพ่อที่ต้องการให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวพุทธทั่วโลกไปพร้อมๆ กัน

ด้านการสร้างศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว นั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ส.ค. 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มศว จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นความคืบหน้าในการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อแล้ว

การสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่บ้านเกิดของหลวงพ่อปัญญาเมื่อหลวงพ่อมรณภาพแล้ว พระธรรมวิมลโมลีก็ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขออนุมัติสร้างโรงพยาบาล ประกอบกับโชคดีที่โยมถวายที่ดิน 35 ไร่ เพื่อสร้างโรงพยาบาลเมื่อได้ที่ดินแล้วจึงได้ดำเนินการก่อสร้างตามปณิธาน ปัจจุบันด้านโครงสร้างอาคารต่างๆ ได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังขาดขณะนี้ คือ เครื่องมือแพทย์มูลค่าประมาณ 28.8 ล้านบาท

อุโบสถกลางน้ำที่ มจร วังน้อย พระนครศรีอยุธยา

โรงพยาบาลที่สร้างเป็นโรงพยาบาล 30 เตียง เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะ อ.ศรีนครินทร์ ยังไม่มีโรงพยาบาล แม้ว่าจะเป็นอำเภอที่มีเศรษฐกิจดี เพราะมีสวนยางพารามาก และเป็นอำเภอที่มีหลายตำบล ประชาชนมีมาก เป็นอำเภอสุดท้ายของ จ.พัทลุง โรงพยาบาลนี้มีชื่อว่า โรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ปัญญานันทภิกขุ) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่เคยเสด็จฯ มาอำเภอนี้ เป็นอำเภอเดียวทางภาคใต้ที่ใช้พระนามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และถือว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่สร้างในนามหลวงพ่อปัญญา

การฝึกอบรมพระธรรมทายาท การบวชประจำเดือนที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ปัจจุบันยังคงดำเนินการตามแบบอย่างที่หลวงพ่อเคยทำมาถือเป็นการสร้างธรรมทายาทเพื่อธำรงรักษาพระพุทธศาสนาไว้ แต่ละเดือนจะมีกุลบุตรสมัครเข้ารับการอุปสมบทไม่ต่ำกว่า 100 คน หลังบวช วัดได้อบรมถวายความรู้ตลอดระยะเวลา 15 วัน โดยเน้นที่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเพื่อสร้างรากฐานทางด้านจิตใจให้เป็นผู้เข้มแข็งไม่อ่อนไหวไปตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก นอกจากนี้ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ยังได้จัดตั้งสถานีวิทยุคลื่นความถี่ FM 104.75 เปิดดำเนินการมาเกือบ 2 ปีแล้ว สถานีวิทยุนี้สานต่อปณิธานหลวงพ่อ วันหนึ่งเปิดเทปเสียงหลวงพ่อ 2 ชั่วโมง รวมทั้งฝึกพระในวัดที่เป็นมหาเปรียญให้รู้จักจัดรายการธรรมะ สลับกับรายการศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ และหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เหล่านี้คือการสืบสานปณิธานของหลวงพ่อที่บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างมุ่งมั่นจะสานต่อให้สำเร็จให้สมดังเจตนารมณ์ของหลวงพ่อปัญญาตั้งไว้ 
แม้ท่านจะละสังขารไปแล้วถึง 3 ปี แต่ความรู้สึกของชาวไทยยังคงมีหลวงพ่ออยู่เคียงข้างเสมอเสมือนดังท่านยังคงมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอุโบสถกลางน้ำที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์แทนหลวงพ่อที่มีความห่วงใยต่อลูกหลานและพระพุทธศาสนา

เข้าไปในโบสถ์กลางน้ำเมื่อใด ภาพของหลวงพ่อยังคงติดตาตรึงใจของเราอยู่เสมอ เสมือนอมตะวาจาที่ท่านกล่าวไว้ว่า “สร้างโบสถ์ไม่เสร็จ จะไม่ตาย” ดังนั้นวันที่ 10 ต.ค.นี้ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ไปร่วมบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายให้ท่านที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ท่านจะได้อยู่ในใจของเราชาวไทยและชาวโลกตลอดไป


source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    กำหนดการ งานวันจำนงค์ ทองประเสริฐ ครั้งที่ ๑๗  
    กำหนดการ พิธีประสาทปริญญาประจำปี ๒๕๕๒  
    “มจร แต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัย”  
    พระบัญชาแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย  
    มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
    มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012