Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
สังฆราชกัมพูชาชี้ ไทย-กัมพูชาทั้งผองล้วนพี่น้องกัน
Date19/03/2011   Counter : 9441 time

เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมานั้น  ได้มีการประชุมและสัมมนาโต๊ะกลมนานาชาติ เรื่อง “ความสมานฉันท์ และการสร้างสันติภาพ: บทบาทของพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมทางศาสนาอื่นๆ ต่อประเด็นความจริง ความยุติธรรม การเยียวยาหลังความขัดแย้งในสังคมเอเซีย” (The Role of Buddhism and Other Religious Traditions Truth, Justice, and Healing in Post-Conflict Asian Societies) ณ ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งดำเนินการจัดโดยสมาคมศาสนาเพื่อสันติภาพ และสถาบันเพื่อสันติภาพสหรัฐอเมริกา (United States Institute of Peace: USIP)  

     ในประชุมและสัมมนาโต๊ะกลมครั้งนี้ ได้มีผู้นำศาสนาต่างๆ ในแทบประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เกี่ยวกับการสร้างความสมานฉันท์และสันติภาพ จำนวนทั้งสิ้น ๗๕ รูป/คน  ซึ่งทุกท่านที่ได้รับเชิญเข้าร่วมล้วนมีประสบการณ์ในการเข้าไปเกี่ยวกับการ จัดการความขัดแย้งในมิติใดมิติหนึ่งมาแล้วในอดีต  และได้นำประสบการณ์เหล่านั้นมานำเสนอ  ซิสเตอร์ เทเรซ่า (Sister Theresa L.H. Seow) ในฐานะเลขานุการกิตติมศักดิ์ขององค์กรด้านศาสนาประเทศสิงค์โปร์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “เรื่องราว และบทเรียนจากคนอื่นๆ อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆ” (The story from others might be useful for others)

     สมเด็จเทพ วงค์ อัครมหาสังฆราชประเทศกัมพูชา ในฐานะเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษได้ได้นำเสนอประสบการณ์ที่น่าสนใจว่า “ในอดีตที่ผ่านมานั้น ประเทศกัมพูชาได้เกิดสงครามกลางเมือง และนำไปสู่กรณีทุ่งสังหาร ความขัดแย้งเรื่องชาติพันธุ์ก่อให้เกิดความรุนแรง ผลที่ที่เกิดขึ้นประชาชนจำนวนมากได้ทำร้ายและฆ่ากันโดยมุ่งหวังอำนาจ และผลประโยชน์ทางการเมือง อย่างไรก็ดี การให้อภัยเป็นบทเรียนสำคัญที่เราต้องนำมาใช้พัฒนาตัวเอง และสังคม เพราะมนุษย์ทุกคนมิใช่คนที่สมบูรณ์แบบ และไม่เคยมีมนุษย์คนใดที่ไม่เคยทำสิ่งใดผิดพลาดบกพร่อง”

     “การจะให้อภัยกันนั้น เราไม่ควรนำอดีต หรือประวัติศาสตร์มาตอกย้ำหรือตำหนิเพื่อนมนุษย์เพื่อเปิดปากแผลของความไม่ เข้าใจกันอันจะนำไปสู่การทำร้าย และทำลายซึ่งกันและกัน  จะเห็นได้จากกรณีประสาทเขาพระวิหาร  เรื่องที่เกิดขึ้นเป็น “เหตุการณ์บ้าๆ” (Abnormal Situation) ของคนบางกลุ่มที่พยายามจะนำการเมืองระหว่างประเทศไปสร้างความแตกต่างของคน ทั้งสองประเทศ จะเห็นว่า พระสงฆ์ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกดังจะเห็นได้จากการที่ข้าพเจ้า ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่มหาจุฬาฯ ได้นิมนต์อยู่เสมอ  พระมหากษัตริย์ของทั้งสองประเทศก็มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และประชาชนที่อยู่ในแถบชายแดนก็อยู่ร่วมกัน ไปมาหาสู่กันประดุจญาติมิตร” สมเด็จเทพ วงค์ได้ยกกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับประสาทเขาพระวิหารที่เกิดขึ้นเอาไว้อย่าง น่าสนใจ

     พณฯ จอร์ช โย (H.E. Georgh Yeo)  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ประเทศสิงค์โปร์ ได้ในประเด็น “การสร้างสังคมสันติสุข” กล่าวว่า “รัฐบาลประเทศสิงค์โปร์มีนโยบายที่จะทำให้กลุ่มต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในสิงค์โปร์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขท่ามกลางพหุ วัฒนธรรม และความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาต่างๆ ในสิงค์โปร์ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเชื่อมให้กลุ่มชนต่างๆ อยู่ร่วมกันถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  ยกตัวอย่างเช่นการใช้เครื่องเสียงเพื่อสวดมนต์ วัด โบสถ์คริสต์ และมัสยิด จะต้องหันลำโพงเครื่องเสียงเข้าไปในสถานที่ของตัวเองเพื่อเป็นการไม่รบกวน เพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลจะจัดช่องวิทยุให้หนึ่งช่องเพื่อให้กลุ่มคนที่นับถือศาสนาต่างๆ ได้เปิดฟังเป็นการส่วนตัว”

     “เราไม่แปลกใจว่า เพราะเหตุใด ประเทศต่างๆ จึงให้ความสนใจประเทศสิงค์โปร์ ดังจะเห็นได้จากการที่บริษัทข้ามชาติ การจัดสัมมนาระดับนานาชาติ และกลุ่มคนต่างๆ มักจะเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาดูงานเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของคนต่างวัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนาอยู่เสมอ  และเรามุ่งหวังที่จะทำให้สิงค์โปร์เป็นประเทศแบบอย่างที่มีความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ และประชาชนกลุ่มต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความกลางแตกต่าง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สิงค์โปร์กล่าวเพิ่มเติม

     พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, ผศ.ดร. ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ได้กล่าวถึงกระสบการณ์ในการทำงานด้านสันติภาพว่า “ความจริง ความยุติธรรม อภัยทาน และความปรองดอง  เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก  เมื่อใดก็ตามที่สังคม หรือชุมชนขัดแย้งจนนำไปสู่การแสดงออกซึ่งความรุนแรงต่อกันนั้น  ความจริงเป็นสิ่งสำคัญที่คนในสังคมจะต้องช่วยกันค้นหาโดยอาจจะใช้วิธีการสาน เสวนา (Dialogue) หรือการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเสาะหา เพราะความจริง (Truth) จะนำไปสู่ความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างคนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เมื่อได้กล่าวจริงอย่างรอบด้านแล้ว เราอาจจะนำหลักการทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการเพื่อให้สอดรับกับความเป็นไปของ สถานการณ์  ในขณะเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฎแล้ว มาตรการการเยียวยากลุ่มคนต่างๆ ที่ได้กระทบจำเป็นจะต้องดำเนินการ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะนำไปสู่การให้อภัยซึ่งกันและกัน และจะทำให้กลุ่มคนต่างๆ อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขภายใต้ประโยชน์และความต้องการที่แตกต่างกัน”

     จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ทางการเมือง และศาสนาต่างๆ ครั้งนี้   ได้ก่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อมุมมอง และท่าทีของกลุ่มคนต่างๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  เพราะการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมจะก่อให้เกิด “ความเข้าใจ และยอมรับความที่เขาเป็นเขา โดยไม่พยายามที่นำเขาไปมาเป็นมาเรา”  ดังจะเห็นได้จากมุมมองของผู้เข้าสัมมนาที่สอดคล้องกันว่า “เกื้อกูน แต่ไม่ก้าวก่าย เข้าใจแต่ไม่ปะปน


source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    กำหนดการ งานวันจำนงค์ ทองประเสริฐ ครั้งที่ ๑๗  
    กำหนดการ พิธีประสาทปริญญาประจำปี ๒๕๕๒  
    “มจร แต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัย”  
    พระบัญชาแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย  
    มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
    มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012