Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
อุโบสถกลางน้ำ “มรดกธรรม” ชิ้นสุดท้ายหลวงพ่อปัญญา๕ ปีผ่านไป ปณิธานคืบหน้าอย่างไร
Date10/10/2012   Counter : 19602 time

        หากย้อนเวลากลับไปได้ ศิษย์ทุกคนคงไม่อยากให้หลวงพ่อจากเราไป แต่ด้วยสังขารเป็นของไม่เที่ยง ย่อมเป็นไปตามกาลเวลา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่ รพ ศิริราช พระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้ละสังขารด้วยอาการสงบท่ามกลางความอาลัยของเหล่าศิษยานุศิษย์และเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ  ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ ก็ครบ ๕ ปีแห่งการจากไปของท่าน"ความตายคือที่สุดของความเพียร ความเพียรไปจบตรงไหน ก็ตายกันที่ตรงนั้น คนเราเกิดมาตายเป็นธรรมดา เวลาตายเอาอะไรไปไม่ได้"  เป็นพระธรรมเทศนาบทสุดท้ายก่อนหลวงพ่อจะละสังขาร แต่สิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ล้วนเป็นอนุสรณ์ที่ทำให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงท่านอยู่เสมอไม่ลืมเลือน
       “โบสถ์กลางน้ำไม่เสร็จหลวงพ่อจะไม่ตาย” เป็นวลีที่ทุกคนได้ยินอย่างสม่ำเสมอขณะท่านยังมีชีวิตอยู่  นับแต่หลวงพ่อได้ละสังขารไปจนถึงวันนี้ ก็ครบ ๕ ปีแล้ว ณ ปัจจุบัน ปณิธานของหลวงพ่อดำเนินไปถึงไหนอย่างไร หลายคนคงอยากรู้
         พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง ซึ่งเป็นผู้นำในการสืบสานปณิธานของหลวงพ่อกล่าวว่า “นับแต่วันที่หลวงพ่อละสังขารไป ปณิธานที่หลวงพ่อตั้งไว้ ๔ ประการคือ
๑. การสร้างอุโบสถกลางน้ำ เพื่อมอบให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา
๒. ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
๓. โครงการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
๔. โครงการพระธรรมทายาท 
         ณ ปัจจุบัน อุโบสถกลางน้ำดำเนินการสร้างใกล้แล้วเสร็จและพร้อมที่จะมอบให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่จะถึง ภายในอุโบสถได้ติดภาพฝาผนังครบทุกด้านมีความสวยงาม เป็นศิลปกรรมร่วมสมัยที่เล่าถึงประวัติของหลวงพ่อ การสร้างอุโบสถ ประวัติท่านพุทธทาส ประวัติศาสตร์ที่เล่าถึงเหตุการณ์ของบ้านเมืองในยุคสมัยทันต่อเหตุการณ์ ที่สำคัญจะมีภาพของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลปัจจุบัน ที่ล่าช้าเกิดจากภาวะมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ นอกจากนี้ ยังดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ด้านหน้า จัดสร้างพญานาคบริเวณทางขึ้นอุโบสถและห้องน้ำด้านหน้าบริเวณลานจอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ามาภายในมหาวิทยาลัย พร้อมกันนี้ ยังแก้ไขปรับปรุงห้องน้ำภายในอุโบสถด้านล่างทั้ง ๔ ด้าน ให้เป็นห้องรับรองแทน ขณะนี้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า ๑๘๐ ล้านบาท”
    “อุโบสถกลางน้ำถือเป็นมรดกธรรมชิ้นสุดท้ายที่หลวงพ่อหมายมั่นให้เป็นสถานที่ประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสามเณรที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงต้องสร้างสรรค์ให้มีความสง่างามสมกับความตั้งใจของหลวงพ่อ ด้านหน้าอุโบสถที่ศาลารายก็ประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดประดิษฐานรอบศาลาราย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการบูชาเมื่อเข้าไปภายในบริเวณอุโบสถ” พระธรรมทวิมลโมลี กล่าว
        ในด้านศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ โรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบัน เป็นโรงพยาบาลทุติยภูมิระดับสูง ขนาด 300 เตียง สังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กระทรวงศึกษาธิการ โรงพยาบาลชลประทาน ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งชื่อดังกล่าวได้แจ้งต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม พ.ศ. 2550 และกราบเรียนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ และขออนุญาตใช้นามของท่านเป็นชื่อโรงพยาบาลไว้แล้ว เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม พ.ศ. 2550 และโรงพยาบาลชลประทานได้มาสังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2550 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้จัดตั้งกองทุนหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เพื่อสืบทอดความตั้งใจของท่าน เพื่อนำกองทุนดังกล่าวมาพัฒนาโรงพยาบาลชลประทาน ให้เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดโรงพยาบาลหนึ่ง นอกจากนี้ วัดชลประทานรังสฤษฏ์โดยพระเดชพระคุณพระธรรมวิมลโมลี ยังได้บริจาคเงินเข้าสมทบในการพัฒนาศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุอีก ๔ ล้านบาท
        โครงการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ปัญญานันทภิกขุ) โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งนี้อาจนับได้ว่าเป็นโรงพยาบาลที่สำเร็จด้วยความรักความสามัคคีของชาวพุทธ และพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อหลวงพ่อปัญญานันทะ หรือพระพรหมมังคลาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ที่ประสงค์จะสร้างโรงพยาบาลขึ้นเพื่อรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วย ณ  อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีโรงพยาบาล ประชาชนที่เจ็บป่วยต้องเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในอำเภออื่นและ โรงพยาบาลพัทลุง ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า ๒๐ กิโลเมตรทำให้ได้รับความลำบากและเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต่อมาปี ๒๕๔๘ นายเจิม – นางรัชนี สืบขจร ได้มีจิตรศรัทธาบริจาคที่ดินซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม พัทลุง-ตรัง ท้องที่หมู่ที่ ๙ ตำบลบ้านนา กิ่งอำเภอศรีนครินทร์ อยู่ติดกับสถานีอนามัยบ้านนา มีเนื้อที่ ๓๕ ไร่ มูลค่ากว่า ๓๐ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลขึ้น ทั้งนี้ ก็เกิดจากการประสานงานดำเนินการโดยองค์กรและหน่วยงานประกอบด้วยวัดชลประทานรังสฤษดิ์ กระทรวงสาธารณสุข  ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตรและบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
      โดยภายหลังมีการบริจาคที่ดิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง จึงได้เสนอเรื่องไปยังรัฐบาล เพื่อขอจัดตั้งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และรัฐบาลขณะนั้น ได้บรรจุไว้ในงบประมาณ ปี ๒๕๔๙ แต่ต่อมาเมื่อประเทศไทย ประสบภาวะวิกฤตทางการเมือง ทำให้โครงการดังกล่าวต้องเลิกล้ม ส่งผลให้โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ต้องหยุดชะงัก ความได้ทราบถึงคณะศิษยานุศิษย์ของ พระพรหมมังคลาจารย์(หลวงพ่อปัญญานันทะ) จึงได้รับอุปถัมภ์หาทุนในการจัดสร้าง  โดยรวบรวมปัจจัยจากการทอดกฐิน และทอดผ้าป่าสามัคคี  จนได้ทุนในการจัดสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียงขึ้น ชื่อ โรงพยาบาลศรีนครินทร์(ปัญญานันทะภิกขุ)  การดำเนินการก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จนแล้วเสร็จประกอบพิธีฉลองและมอบอาคารโรงพยาบาลศรีนครินทร์แก่ทางราชการเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน พร้อมมอบรถพยาบาลให้กับโรงพยาบาล ๑ คัน
        และสุดท้ายคือโครงการพระธรรมทายาท ปัจจุบัน วัดชลประทานรังสฤษดิ์ พระอารามหลวง ได้จัดบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรเป็นประจำทุกเดือน ยกเว้นช่วงเข้าพรรษา ซึ่งแต่เดิมหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้จัดบรรพชาอุปสมบทเป็นประจำ เมื่อหลวงพ่อละสังขารไป โครงการนี้ก็ยังคงดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ และเป็นที่ทราบของบรรดาสาธุชนโดยทั่วไป และนับวันจะมีเหล่ากุลบุตรสนใจเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน และเมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้วทางวัดชลประทานรังสฤษดิ์ก็จะจัดการอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานตลอดจนกว่าจะลาสิกขา
       เหล่านี้คือปณิธานที่หลวงพ่อพระพรหมมังคลาจารย์ ได้ตั้งไว้ ทุกอย่างล้วนสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ดำเนินการตามทุกประการนอกจากนี้ พระธรรมวิมลโมลี ผู้เป็นทายาทที่รับมรดกทางธรรมของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุมาปฏิบัติ ตลอดถึงสานต่อปณิธานหลวงพ่อโดยไม่บกพร่อง ยังได้ก่อตั้งสถานีวิทยุปัญญานันทเรดิโอ ระบบ FM ความถี่ ๑๐๔.๗๕ เพื่อเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา นอกจากนั้น ยังได้ร่วมสนับสนุน เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์  อุปสโม) ในการก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (Thailand Buddhist Channel) หรือ TBC เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของกรมประชาสัมพันธ์ อันถือว่าเป็นปณิธานของหลวงพ่ออีกทางหนึ่ง
        ปัจจุบัน วัดชลประทานรังสฤษดิ์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงแล้ว ในปีนี้ ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของหลวงพ่อปัญญาได้สร้างสรรค์ไว้ กระทั่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกยกฐานะจากวัดราษฎร์ เป็นพระอารามหลวงประจำปี ๒๕๕๕ เป็นหนึ่งใน ๑๙ วัดทั่วประเทศ จึงเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าสานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง
 ผ่านไปแล้ว ๕ ปี ของการละสังขารของหลวงพ่อ แต่ความรู้สึกของศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั้งหลายยังคงมีความรู้สึกว่า หลวงพ่อยังคงอยู่กับเราเสมอมาไม่ห่างหายไปไหน

       คิดถึงหลวงพ่อก็เห็นอนุสรณ์สถานและสิ่งที่หลวงพ่อได้สร้างไว้ให้เราได้สัมผัสและที่สำคัญ คือคำสอนของหลวงพ่อ “เป็นคนดี คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ..และไปสู่สถานที่ดี”  “จงอย่าใช้ชีวิตอยู่ให้หนักบ้านหนักเมือง ทำชีวิตให้มีประโยชน์ ดำรงตนเป็นคนให้ ไม่ใช่เป็นคนเอา ถ้าทุกคนช่วยกันให้ บ้านเมืองก็เจริญ แต่ถ้าคิดแต่จะเอา บ้านเมืองก็ฉิบหาย.” นี่คือคำสอนที่สะท้อนถึงความห่วงใยของหลวงพ่อที่มีต่อทุกคน
 


source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    กำหนดการ งานวันจำนงค์ ทองประเสริฐ ครั้งที่ ๑๗  
    กำหนดการ พิธีประสาทปริญญาประจำปี ๒๕๕๒  
    “มจร แต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัย”  
    พระบัญชาแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย  
    มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
    มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012