Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

Activity
อธิการบดีแสดงธรรม เพื่อครูเรียนรู้สู่การสอน
Date14/11/2008   Counter : 10885 time

ใน โอกาสสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา จัดประกวดกิจกรรมการเรียนรู้ "คุณธรรมนำการคิด" โดยร่วมกับภาคเอกชน คือสำนักพิมพ์แม็ค จำกัด กราบนิมนต์ พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9, พธ.บ., Ph.D.) เจ้าคณะภาค 2 อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร แสดงธรรมหัวข้อคุณธรรมนำการคิดเพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนคุณธรรม จริยธรรม สรุปความดังนี้

การศึกษามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาปัญญาให้เกิด ความรอบรู้ ความรอบรู้ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความแบบเชื่อมโยงก็ได้เรียกว่ารู้รอบ หรือรู้ไปถึงแก่นความจริงเรียกว่ารู้ลึก รู้รอบกับรู้ลึกเป็นปัญญา ปัญญานั้นถ้ามีในผู้ใด ผู้นั้นจะเป็นคนที่คิดกว้างแล้วก็มองลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นการศึกษาให้คนเห็นมองเชื่อมโยงของสิ่งทั้งหลาย และทำนองเดียวกันก็เข้าสู่เบื้องหลังของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าสามารถสร้างคนให้มีปัญญาดังกล่าวมานี้ได้ เขาก็จะดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้อง

เพราะ ถ้ารู้รอบระหว่างตัวเองกับคนอื่น ระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม เขาก็ถนอมรักษาสิ่งแวดล้อม ถนอมรักษาคนอื่น ซึ่งเรียกว่ามีคุณธรรมจริยธรรมนั้นเอง และถ้ารู้ลึกไปถึงเบื้องหลังสิ่งทั้งหลาย เขาก็จัดการดำเนินการให้สอดคล้องถูกต้องกับความรู้ที่ได้นั้น ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น

เรื่องที่เราอบรมสั่งสอนให้เด็กเกิดปัญญา ก็จะต้องกำหนดตั้งเป้าหมายว่า ถ้าจะทำให้เขารู้รอบและรู้ลึกดังกล่าวมานี้จะทำอย่างไร ในทางพุทธศาสนาได้แบ่งปัญญาหรือความรอบรู้ออกเป็น 3 ประเภท

ประเภท ที่ 1 สุตมยปัญญา
ประเภท ที่ 2 จินตมยปัญญา

การ สอนในห้องเรียน คุณธรรมจริยธรรมต้องทำทั้ง 3 ขั้น 3 ลำดับ ขั้นที่ 1 คือ สุตมยปัญญา ความรู้ที่เกิดจากการรับข้อมูลนั้น ครูจะต้องเป็นผู้สอนให้รู้ และเมื่อรู้แล้วจะต้องคิดสอนให้เขาคิด ทีนี้จะสอนอย่างไรที่จะให้เด็กเกิดขั้นที่ 2 จินตมยปัญญา ครูจะต้องทำให้ดูคือคิดให้ดู นำไปก่อนเลยว่าคิดอย่างนี้ วิเคราะห์อย่างนี้ เหมือนกับสาธิตในทางจิตใจ ปกติเราเข้าห้องแล็บห้องทดลองนี่มองเห็น แต่ถ้าเรื่องการคิดเราลองคิดให้เด็กดู หรือเราคิดนำ พูดออกมาดังๆ อันนี้เรียกจินตมยปัญญา คือคิดให้ดู

ขั้น ที่ 3 ภาวนามยปัญญา เป็น การลงมือปฏิบัติ ครูต้องอยู่ให้เห็น คือการดำรงชีวิตอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม เป็นตัวแบบ เป็นโมเดลลิ่ง จึงจะมีผลสัมฤทธิ์ในพฤติกรรมของเด็กก็คือเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น อยากให้เด็กไหว้พระสวดมนต์ ครูก็ไหว้พระสวดมนต์ให้เด็กดูด้วย ทำเป็นวิถีชีวิตอย่างนี้ก็ต้องมีผล "สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น"

การ ย่อยหรือคิดด้วยจินตาของครู ที่ว่าคิดให้ดูหรือทำให้ดูนั้น แยกออกเป็น 2 แบบ คือ 1.คิดเพื่อให้เกิดปัญญา 2.คิดเพื่อให้เกิดคุณธรรม 2 แบบนี้ไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือเมื่อมีปัญญาแล้วไปสู่คุณธรรมได้ โดย

แบบที่ 1 คิดเพื่อให้เกิดปัญญา
แบบที่ 2 คิดแล้วเกิดคุณธรรม

การ คิดเป็นต้องให้เสรีภาพมองได้หลายมุม เรื่องเดียวกันชั่งหลายๆ ด้าน หลังจากสอนเสร็จถามว่าคิดอย่างไร ให้เขาฟังเพื่อนคิด ในที่สุดเขาก็จะรู้ว่าคิดไม่เหมือนกัน และครูก็ไม่ต้องสรุปหรอก เด็กสรุปเองว่าคิดอย่างไรถึงจะเหมาะ แล้วสังคมก็จะเกิดปัญญาเพราะสร้างสรรค์ในการคิด



Attach
File : Rector_report.pdf
source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    -  
    ขอเชิญร่วมถวายอุโบสถกลางน้ำหลวงพ่อปัญญานันทะ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖  
    Musical play on “Mahajanaka” in English  
    Respect to all of monks for 2011  
    พระนิสิตห้องเรียนวัดพระแก้วปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานประจำปี ๒๕๕๓  
    การสัมมนาหัวหน้าโครงการอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ประจำปี ๒๕๕๓  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012