Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
วิสาขบูชานานาชาติที่'มจร.'
Date12/05/2014   Counter : 4448 time

  วิสาขบูชานานาชาติที่'มจร.' : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงูจากความสำคัญของวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก จึงทำให้ชาวพุทธทั่วโลกได้ร่วมกันจัดตั้งสมาคมวิสาขบูชาโลก (International Council for the Day of Vesak) ขึ้น โดยมีสำนักงานเลขาธิการใหญ่ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการนำชาวพุทธทั่วโลกร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ ผลจากการที่สมาคมวิสาขบูชาโลกได้ดำเนินการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติได้ยกสถานะให้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการดำเนินกิจกรรมใน ๔ ประเด็น คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การศึกษา (Education) และการสร้างสันติภาพ (Peace Building Processes)

 
              สำหรับปีนี้ประเทศเวียดนามได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการงานเฉลิมฉลองกิจกรรมวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ ๑๑ ภายใต้หัวข้อ “มุมมองพระพุทธศาสนาสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในสหัสวรรษขององค์การสหประชาชาติ” (the Buddhist Perspective Towards Achieving the UN Millennium Development Goals) โดยกำหนดประเด็นย่อยของการสัมมนานาชาติ ๕ ประเด็น คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเปลี่ยนแปลงทางสังคม สภาวะโลกร้อน และการป้องกันสิ่งแวดล้อม การดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ การศึกษา และการจัดหลักสูตรระดับต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและการสร้างสันติภาพและการเยียวยาหลังความขัดแย้ง  

              ส่วนประเทศไทย คณะกรรมการนานาชาติจัดงานวิสาขบูชาโลกมีมติให้จัดตั้งสมาคมวิสาขบูชาโลกในแต่ละประเทศ และให้ดำเนินการจัดงานนี้ให้สมเกียรติในประเทศนั้นๆ อาศัยเหตุที่สำนักงานสหประชาติประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย รัฐบาลไทย และมหาเถรสมาคมได้สนับสนุน และเห็นชอบให้ มจร.ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกขึ้นในประเทศไทย ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ที่หอประชุม มวก. ๔๘ พรรษา มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

              การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก รวมทั้งเพื่อสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างชุมชนชาวพุทธ และองค์กรชาวพุทธตั้งแต่ระดับประเทศถึงนานาชาติตามนโยบายของรัฐบาล และร่วมกันประกาศหลักการทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นอารยธรรมสำคัญของโลกผ่านกิจกรรมทางวิชาการ ศาสนพิธีและวิถีชีวิตชุมชน   โดยกำหนดให้มีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้ การชุมนุมร่วมกันของผู้นำชาวพุทธ และนักวิชาการ ๘๔ ประเทศรวม ๑,๐๐๐ รูป/คน การอ่านสุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญและผู้นำชาวพุทธ การร่วมชุมนุมของผู้นำชาวพุทธและบุคคลสำคัญที่สหประชาชาติ และการประกอบพิธีธรรมยาตราและเวียนเทียนที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม

              อย่างไรก็ตามในปีนี้มีศิลปินและบุคคลที่มีชื่อเสียงจากทุกค่ายทุกสาขาอาชีพได้รับคัดเลือกเป็น “ศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนา” หรือ “ทูตวิสาขบูชานานาชาติ ประจำปี  ๒๕๕๗” จำนวน ๓๙ ท่าน มีศิลปินชื่อดัง เช่น “อั้ม” อธิชาติ ชุมนานนท์ “สา” มาริสา แอนนิต้า “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ดร.ดาวใจ ไพจิตร สุจริตกุล, ศ.ดร.นิรัตติศัย กัลย์จาฤก, ปราย ธนาอัมพุช พิธีกรชื่อดังได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนมาก อาทิ อนันต์ เสมาทอง, ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ, ทอปัด สุบรรณรักษ์, ธโนภาส สินไชย, สายธาร นิยมการณ์, เกศริน เอกธวัชกุล, วีรยา ดำรงศรี, คหบดี กัลย์จาฤก, รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก เป็นต้น 

              พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร.กล่าวว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องในวโรกาสวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า มนุษยชาติมิได้ระลึกถึงและจดจำวันนี้ในฐานะที่เป็นวันที่มีความหมายที่สุดในปฏิทินของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเท่านั้น แต่วันวิสาขบูชายังเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ ผ่านมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญขององค์การสหประชาชาติในคราวประชุม ครั้งที่ ๕๔ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมในวันดังกล่าว ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาสาขาต่างๆ ทั่วโลก ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี


หมู่บ้านรักษาศีล๕

              "หมู่บ้านรักษาศีล ๕" เป็นนโยบายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยเจ้าประคุณสมเด็จฯ มีนโยบายให้หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ช่วยรณรงค์ให้ประชาชนในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน รักษาศีล ๕ เพื่อความสงบร่มเย็นเป็นสุขคณะสงฆ์ภาค ๗ ซึ่งมีพระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะภาค ๗ กรรมการมหาเถรสมาคม รองแม่กองบาลีสนามหลวง และรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมสัมนาหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) ทั้ง ๓ จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน รวม ๒๗๘ หน่วย ครอบคลุมทุกตำบล

              พระธรรมคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค ๗ เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลงานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลของคณะสงฆ์ภาค ๗ ร่วมกับพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค ๗ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ได้นัดประชุมนำร่องประกาศหมู่บ้านตำบลห้วยต้ม ๑๐ หมู่บ้าน ณ วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จำนวนเกือบหนึ่งหมื่นหลังคาเรือน โดยประชุมนำร่องเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยได้รับความเมตตาจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู จัดสรรงบประมาณถวายจำนวน ๒ แสนบาท จากผู้เข้าประชุมสัมมนาจำนวน ๖๐๐ รูป/คน

              ขณะเดียวกันนายอาชัน นาทรายกานต์ นายกเทศมนตรีนาทราย นายอดุลย์ มโนรมณ์ชื่น ส.จ.ลี้ เขต ๒ นายวรเชษฐ์ ค่วยเทศ ผอ.ร.ร.บ้านห้วยต้ม เป็นต้น ร่วมกันกำกับนโยบายและประเมินผล จึงประกาศหมู่บ้านห้วยต้ม ๑๐ หมู่บ้าน อ.ลี้ จ.ลำพูน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ครอบครัว เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ เป็นต้นไป และจะขยายไปทั่วทุกอำเภอใน จ.ลำพูน ส่วน จ.เชียงใหม่ ก็จะประกาศให้ อ.เมือง อ.หางดง อ.ดอยสะเก็ด และอ.สันทราย เป็นต้น และจ.แม่ฮ่องสอน ในเมื่อแต่ละหมู่บ้านพร้อมแล้วให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ด้วยเช่นกัน

              พระธรรมคุณาภรณ์ บอกว่า หมู่บ้านห้วยต้มนี้ เป็นหมู่บ้านที่ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่นำสัตว์มาเลี้ยงในหมู่บ้าน ไม่ดื่ม ไม่เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด ประกอบสัมมาชีพ ทำสวน ทำไร่ มีศูนย์วิจัยทอผ้า และทำเครื่องเงินเป็นอาชีพเสริม ทุกคนในหมู่บ้านอยู่อย่างพอเพียง ถือปฏิบัติตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกคนในหมู่บ้านอยู่อย่างสงบร่มเย็นเป็นสุข มีอาชีพที่มั่นคง ที่สำคัญ ยังรักษาศีล ๕ ทุกวันพระ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ แรม ๑๔ ค่ำ จะหยุดงานกันหมดเมื่อถึงวันพระ พากันเข้าวัดปฏิบัติธรรม สวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ ณ วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน

              นอกจากนั้นยังมีรายการจัดท่องเที่ยวทางธรรม ซึ่งมีกรรมการหมู่บ้านที่สำคัญเป็นคนขับเคลื่อน ประกอบด้วยหัวหน้าเขตพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ๑ อ.ลี้ โรงพยาบาลห้วยต้ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานกลุ่มแม่บ้าน ๑๐ หมู่บ้าน ซึ่งมีพระกำพล อภินนฺโท เป็นประธานหน่วย อ.ป.ต. มีนายอุดม จันตาใหม่ นายอำเภอลี้
 
              "เพราะศีล ๕ คือ ความตั้งใจ หรือเจตนาที่จะละเว้นจากความชั่ว ทั้งนี้ เพื่อช่วยทำให้จิตใจของผู้รักษาศีลมีความสบายใจสงบสุข และเพื่อป้องกันการเบียดเบียนกันในสังคม ศีลที่เป็นพื้นฐานของชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม คือศีล ๕" พระธรรมคุณาภรณ์ กล่าว

 

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20140512/184432.html


source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    กำหนดการ งานวันจำนงค์ ทองประเสริฐ ครั้งที่ ๑๗  
    กำหนดการ พิธีประสาทปริญญาประจำปี ๒๕๕๒  
    “มจร แต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัย”  
    พระบัญชาแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย  
    มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
    มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012