Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU Home Search Contacts Study Events Site Map Thai/Eng
 
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


Classifieds
First Page
University News
General News
Activity
Trainning
Seminar
Sangha
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
thaisarn
manager
thairath
dailynews
Matichon
Khaosod news
Komchadluek dot net
Thaitown USA news

University News
พระสุธีธรรมานุวัตร มัคคุเทศก์มือ 1 รับโอบามา เยือนวัดโพธิ์
Date25/11/2012   Counter : 7438 time

 


เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการภายหลังชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในฐานะแขกของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ในห้วงเวลาที่อาเซียนกำลังเป็นภูมิภาคที่หอมหวานยิ่งนัก ซึ่งหลังจากผู้นำสหรัฐมาเยือนแล้ว ยังมีผู้นำจีนที่รอจ่อคิวมาเยือนไทยอีก แทบทุกอิริยาบถของนายบารัค โอบามา ไม่ว่าจะขยับไปตรงไหน จึงเป็นที่จับจ้อง

เมื่อพญาอินทรีร้องขอทัวร์วัดโพธิ์ สายตาทุกคู่จึงพุ่งเป้าไปที่ผู้จะมาทำหน้าที่มัคคุเทศก์นำชมให้กับประธานาธิบดีสหรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐ นางฮิลลารี คลินตัน

"พระสุธีธรรมานุวัตร หรือ เจ้าคุณเทียบ คือผู้ที่ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้

ไม่เพียงความคล่องแคล่ว เชี่ยวชาญการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร เป็นตัวแทนคนไทยรับรองแขกบ้านแขกเมืองได้อย่างน่าชื่นชม ปฏิภาณที่โต้ตอบกับนางฮิลลารี คลินตัน ยังได้ใจคนไทยทั้งประเทศไปเต็มๆ 

"ตอนที่ฮิลลารี คลินตัน บอกว่าทางวัดได้ค่าผ่านประตูเยอะ น่าจะบริจาคให้กับมูลนิธิที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ดูแล ตอนนั้นมันเป็นจังหวะ นี่ถ้าให้มาอีกรอบ อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะระหว่างที่รอท่านประธานาธิบดี อาตมาได้คุยกับท่านฮิลลารีจนรู้สึกสนิทสนม และผ่อนคลาย จึงได้พูดออกไปเช่นนั้น คือเหตุการณ์มันพาไป" เจ้าคุณเทียบย้อนเรื่องให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

เพียงไม่กี่นาทีของการแพร่ภาพการนำประธานาธิบดีสหรัฐชมวัดโพธิ์ ทำให้พระพระสุธีธรรมานุวัตร เป็นคนดังไปทั่วโลกชั่วข้ามคืน เพราะหลังจากนั้นมีสื่อจากต่างประเทศและสื่อไทย รายการโทรทัศน์-วิทยุ หนังสือพิมพ์ จองตัวสัมภาษณ์ เรียกว่าหัวบันไดไม่แห้ง

พระสุธีธรรมานุวัตร เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2504 บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุ 11 ปี ที่วัดกกม่วง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ให้หลัง 2 ปีได้เข้าศึกษาต่อทางพระพุทธศาสนา ที่วัดสองพี่น้อง จังหวัดเดียวกัน ได้ ปธ.7 จากนั้นเข้าอุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์ และอยู่ในความดูแลของหลวงเตี๋ย พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กระทั่งสอบได้ ปธ.9

จากพระสงฆ์บ้านนอกธรรมดาๆ ที่ขยันหมั่นเพียร เล่าเรียนวิชา กระทั่งได้ทุนการศึกษาจากพระอุปัชฌาย์คือพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา ทิพย์มณฑา) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ไปศึกษาต่อยังประเทศอินเดีย

ความที่ถูกปรามาสจากอาจารย์สตรีที่มีอายุอ่อยกว่าถึง 9 ปี ว่า ภาษาอังกฤษแย่มากๆ เกิดเป็นพลังที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษกระทั่งเชี่ยวชาญ และสำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุดของ มหาวิทยาลัยรัฐปูเณ่ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย 

ปัจจุบัน พระสุธีธรรมานุวัตร ผศ.ดร. (เทียบ สิริญาโณ) อายุ 51 พรรษา 30 เปรียญธรรม 9 ประโยค มหาบัณฑิต (บาลีและสันสกฤต) ดร.(บาลี) เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

- ทราบว่าพระคุณเจ้าได้ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

อาตมาไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ได้รับความกรุณาจากพระอุปัชฌาย์ คือพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และ "หลวงเตี่ย" พระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร อดีตเจ้าคณะภาค 14 หัวหน้าพระธรรมทูต สาย 2 และญาติโยมอุปถัมภ์ให้อาตมาได้ไปศึกษา 

ตอนแรกที่ไปถึงภาษาของอาตมาเป็นแบบงูๆ ปลาๆ ภาษาอังกฤษแย่มาก พูดแบบดำน้ำ ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ผู้หญิงอายุ 19 ปี เป็นแขกขาว ตอนนั้นอาตมาอายุย่าง 28 ปี เวลาอาจารย์สอนจะมีพ่อมานอนเฝ้าตลอดเวลา พอเรียนๆ ไปก็ถูกอาจารย์ชี้หน้า บอกว่ามาเรียนปริญญาโทแล้วภาษาอังกฤษยังแย่ขนาดนี้ ตั้งแต่นั้นก็เกิดวิริยะอุตสาหะ ต้องเรียนภาษาอังกฤษให้ดีให้ได้ 

- เรียนอยู่นานแค่ไหน 

8 ปี อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลายพันเล่ม และมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษพอสมควร พอสำเร็จปริญญาเอก สาขาบาลี-สันสกฤต รัฐปูเณ่ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดียก็กลับมาทำงานที่ มจร.ซึ่งได้รับความกรุณาจากพระธรรมโกศาจารย์ (ศ.ดร.ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ประจำกองวิชาการ แล้วก็ได้รับแต่งตั้งมาจนเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สอนหลักสูตรภาษาอังกฤษนานาชาติ เลยทำให้ภาษาอังกฤษเราได้พัฒนา 

สำเนียงคงไม่ถึงกับเหมือนเขา แต่สื่อสารได้ในระดับหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กับฮิลลารี คลินตัน หัวเราะได้

- ทราบว่าพระคุณเจ้าได้ช่วยงานเวลามีงานวิสาขบูชาโลก

อาตมาไปเป็นฝ่ายประสานงาน เป็นพิธีกร รวมทั้งเวลาที่มีงานสัมมนาเป็นภาษาอังกฤษ ก็ได้เป็นพิธีกร เป็นความกรุณาของท่านอธิการบดี ให้พวกเราได้มีโอกาสแสดงออก คนเราถ้ามีความรู้ดี มีอะไรดีก็ตาม ถ้าไม่ได้ใช้ ไม่ได้แสดงออก ความรู้ก็อยู่ในวงจำกัด

ที่ มจร.ก็มีพระหลายท่านที่มีความรู้ความสามารถ เก่งกว่าอาตมามี แต่ไม่มีโอกาสแสดง ยกตัวอย่าง ท่านประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาวัดพระเชตุพน พระวัดอื่นก็ไม่มีโอกาสได้นำชม 

- พูดถึงหลวงเตี่ย ได้เรียนรู้อะไรกับท่านบ้าง

หลวงเตี่ยเป็นภิกษุสงฆ์ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี และท่านเป็นคนที่รับแขก มองการณ์ไกล การที่วัดโพธิ์เก็บค่าเข้าชมก็เป็นความคิดของท่าน เพราะวัดโพธิ์เมื่อก่อนเป็นวัดจน จะซ่อม เราก็ตั้งมูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้า แล้วก็เริ่มเก็บค่าผ่านประตู ครั้งแรกโดยจัดงานสงกรานต์รายได้ซ่อมสร้าง แต่ก็ไม่ได้กี่สตางค์ แต่หลวงเตี่ยท่านเป็นพระวิสัยทัศน์ไกล ท่านไปต่างประเทศไปอะไร เห็นว่าไปต่างประเทศยังต้องเสียค่าเข้าชม ท่านก็ได้แนวคิดนั้นมา 

- หลวงเตี่ยพูดภาษาอังกฤษได้ดี

ถ้าระดับสื่อสารไม่ได้คิดอย่างนั้น ตอนท่านไปต่างประเทศเป็นเจ้าอาวาส ท่านอายุ 50 กว่าแล้ว อยู่ในสังคม คือประเทศอเมริกาไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษหรอก เหมือนกับอยู่เมืองไทย ภาษาลาว ภาษาเขมร เพราะผู้อพยพเยอะ

- รู้สึกอย่างไรบ้างกับการที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้

อาตมาในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวัดนี้ เมื่อสิ่งไหนที่สามารถทำให้วัดได้ เราเป็นผู้อาศัยเราต้องทำ เมื่อคนระดับโลกมา และคนของวัดนำชมได้โดยไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ บางท่านยังมีอคติกับพระว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่สามารถสื่อสารอะไรได้ ในภาพรวมพระสงฆ์ของเราสามารถนำแขกบ้านแขกเมืองได้ ก็ถือว่าวัด "ได้" เมื่อวัดได้ อาตมากับพระในวัดก็ได้ด้วย ในทางตรงกันข้ามถ้าวัดตอนรับไม่ได้ พระในวัดก็เสียชื่อเสียงด้วย ถือว่าเป็นความภูมิใจที่มีคนระดับโลกมาชม

- ได้รับเลือกมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ให้กับผู้นำสหรัฐนำชมวัดโพธิ์ได้อย่างไร 

เป็นเพราะได้รับการมอบหมายจากพระอุดรคณารักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งในช่วงวันที่ 18 พฤศจิกายนท่านไม่อยู่ต้องไปปฏิบัติกิจในต่างประเทศ ในฐานะท่านเป็นเลขานุการวัดโพธิ์ ท่านก็เลือกอาตมาเป็นคนพานายบารัค โอบามา ชมวัด โดยกำหนดจุดที่จะพาชมทั้งหมด 4 จุด คือ พระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร, พระวิหารพระพุทธไสยาสน์, พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และเขามอที่ตั้งรูปปั้นฤๅษีดัดตน 

ทั้ง 4 จุดที่ บารัค โอบามา มีกำหนดการเข้าชมภายในวัดนั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและความงดงาม รวมทั้งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงาม พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ก็เป็นกลุ่มเจดีย์ที่มีความงดงามเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แบบจีน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เครื่องถ้วยหลากสี มีตุ๊กตาหินจีนประตูละคู่ พระมหาเจดีย์แต่ละองค์เป็นเจดีย์ย่อไม้สิบสองสูงถึง 42 เมตร

- เป็นผู้นำชมประธานาธิบดีสหรัฐต้องถูกตรวจค้นจากหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วยหรือเปล่า

ตอนแรกจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มจากหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่ตอนหลังมีการประสานงานอย่างไรไม่ทราบ พอทราบว่าอาตมาจะต้องเป็นพระที่นำนายบารัค โอบามา ชมวัด ก็ไม่ต้องถูกตรวจค้นเลย เจ้าหน้าที่ทางสถาทูตที่เป็นคนไทยคงบอกสถานะของความเป็นพระว่าพระสงฆ์ไทยไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลก ส่วนพระรูปอื่นที่ไปกับอาตมาอีกรูปก็ไม่ได้การตรวจสอบเช่นกัน 

- มองนายบารัค โอบามา ว่าเดินทางมาครั้งนี้มีความรู้เรื่องประเทศของเรามากน้อยแค่ไหน 

คิดว่านายบารัค โอบามา เหมือนกับชาวต่างชาติทั่วไปว่ามาประเทศไทยแล้วสถานที่สำคัญจะต้องไปที่ไหน ก็เหมือนกับเราไปดูสถานที่สำคัญในต่างประเทศ อย่าลืมว่าท่านเป็นนักการเมือง

- การมาของนายบารัค โอบามา ประเทศไทย ทางวัดได้อะไรจากการมาครั้งนี้

มองในแง่ระดับชาติก่อน ว่าท่านไม่เคยทัวร์เอเชีย และท่านเองได้เป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ซึ่งท่านเลือกมาประเทศไทยเป็นแห่งแรก ก่อนเดินทางต่อไปประเทศอื่น ก็ถือว่านายบารัค โอบามา เป็นเบอร์หนึ่งของโลก 

การมาครั้งนี้ของท่านถือว่าให้เกียรติกับประเทศไทยและวัดเป็นอย่างมาก 

ท่านบารัค โอบามา เป็นชาวคริสต์ มาประเทศไทยยังนึกถึงพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนา เป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย หลังจากมาวัดท่านไปเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หลังเข้าเฝ้าฯเสร็จ และเดินทางไปพบกับนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอนแรกอาตมาไม่ได้คิด พอมีคนโทร.มาถามเรื่องนี่ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าท่านประธานาธิบดี มีจิตวิทยาสูง 

- ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวรับเออีซี ในฐานะที่เป็นคณบดีมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับพระสงฆ์

ที่ มจร.มีการปรับปรุงหลักสูตรทุก 5 ปีเป็นปกติอยู่แล้ว ในระดับปริญญาตรีก็มีสอนภาษากัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม และมีการสอนประพุทธศาสนาในเอเชียด้วย ก่อนหน้านี้อาตมาเป็นคณบดีคณะพุทธศาสตร์ ก็รับผิดชอบวิชาด้านพุทธศาสตร์ 

แต่ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ที่สอนเกี่ยวกับเพื่อนบ้านโดยตรงไม่มี เพราะถือว่าเรียนวิชาพื้นฐานจากปริญญาตรีมาแล้ว แต่ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญา โท-เอก อาตมามองว่า น่าจะมีวิชาเกี่ยวกับประวัติพุทธศาสนาในระดับชั้นสูง อาจจะต้องให้ทำวิจัยร่วมกัน ระหว่างพระสงฆ์ที่มีศีล 227 เท่ากัน ว่าเราทั้งสองประเทศจะเรียนรู้ร่วมกันอย่างไร

ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญาโท-เอก น่าจะต้องมีวิชาประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ในเอเชียอาคเนย์ ในอนาคตทาง มจร.ก็จะมีพระจากประเทศ สปป.ลาว เขมร มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญาโท-เอก น่าจะต้องมีวิชาประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา ในเอเชียอาคเนย์ ตอนนี้แน่นอนทางเขมร พม่า ก็ต้องเรียนภาษา และจะเกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างนักศึกษา และนักศึกษาของไทยที่จะส่งไปแลกเปลี่ยน เพื่อได้เรียนรู้และพูดภาษาของเพื่อนบ้านได้ 

ขณะเดียวกันนักศึกษา เขมร ลาว พม่า เวียดนาม ก็ต้องพูดภาษาไทยได้ ก็คือมีการเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาด้วยกัน ปัจจุบันเราใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ถามว่ามีประโยชน์หรือไม่ก็มีประโยชน์ในแง่หนึ่ง แต่อย่าลืม นักศึกษาในอาเซียนมาภาษาของตัวเองอยู่แล้ว นักศึกษาเหล่านี้ก็จะมีข้อจำกัดในการใช้ภาษาอังกฤษ 

แล้วจะทำอย่างไรมีอยู่ทางเดียว ก็คือต้องเรียนภาษาของแต่ละประเทศในอาเซียน จะทำให้สามารถติดต่อประสานงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 

- จีนก็อยู่ในอาเซียน +3 ทาง มจร.จะมีการสอนภาษาจีนด้วยหรือเปล่า

แน่นอนในหลายมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีสอนภาษาจีนอยู่แล้วในปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ตื่นตัวกันมากในการศึกษาภาษาจีนประวัติศาสตร์ของประเทศจีนทางมหาวิทยาลัยก็มีสอนอยู่บ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งเป็นสถาบัน 

- กับพระรุ่นหลังที่ยังศึกษาอยู่มีอะไรที่จะแนะแนวให้กับพระเหล่านั้นบ้าง

อาตมามองว่าชีวิตคนเราพัฒนาได้ด้วยการศึกษา อย่างโอบามา หรือฮิลลารี คลินตัน ถามประวัติ เราก็บอกว่าเป็นเด็กวัดไม่มีโอกาสอะไร ก็อาศัยวัดอาศัยพระพุทธศาสนาขัดเกลาจิตใจ อาตมาคิดว่าคนเราความฉลาดไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่มีไม่เหมือนกันคือ โอกาส แต่เมื่อโอกาสมาถึงแล้วเรารู้จักใช้หรือเปล่า 

อย่างเช่น ประธานาธิบดีมา ถ้าอาตมาปฏิเสธ ก็ต้องไปใช้บริการจากคนอื่น กลายเป็นว่าบ้านเราต้องให้คนอื่นมาแสดง 

"อาตมาถือว่าเป็นโอกาสที่อาตมาได้ตอบแทนพระคุณของวัด ถือว่าเป็นเกียรติแก่วัดโพธิ์ เป็นเกียรติแก่พุทธศาสนา และเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย" 

source : information technology Division
                   Print This Page Sent to Friend                   

News in Classified
    กำหนดการ งานวันจำนงค์ ทองประเสริฐ ครั้งที่ ๑๗  
    กำหนดการ พิธีประสาทปริญญาประจำปี ๒๕๕๒  
    “มจร แต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัย”  
    พระบัญชาแต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย  
    มหาจุฬาฯ จัดอบรมพัฒนาเยาวชนวิถีพุทธต้นแบบ รุ่น ๔  
    มจร สัมมนาว่าที่พุทธศาสตร์บัณฑิต ออกปฏิบัติศาสนกิจทั่วประเทศ  
 
Copyright © Mahachulalongkornrajavidyalaya University All rights reserved 
Maintained by: webmaster@mcu.ac.th 
Last Update : Thursday February 9, 2012